|

รางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ ๔ ประจำปี ๒๕๕๐ สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
ได้แก่
หนังสือ "โลกของคนไร้บ้าน" โดย บุญเลิศ วิเศษปรีชา
หนังสือเรื่อง โลกของคนไร้บ้าน เป็นงานศึกษาที่สะท้อนภาพชีวิตของกลุ่มคนจนในเมือง ซึ่งไร้ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
ต้องอาศัยที่สาธารณะ เช่น ข้างถนน เป็นที่หลับนอน ผู้เขียนบรรยายกระบวนการที่ทำให้คนต้องไร้ที่อยู่
วิถีชีวิตของคนกลุ่มนี้ว่าหากินอย่างไร เลี้ยงชีพอย่างไร และมีความยากอย่างไรในการที่จะออกจากวัฎจักรของการเป็นคนไร้บ้าน
ซึ่งเป็นปัญหาสังคมที่เราควรใส่ใจ และให้ความสำคัญ เพราะนอกจากเป็นตัวแทนของปัญหาการพลัดถิ่นแล้ว
ยังเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงภาวะล่มสลายของครอบครัวในสังคมไทยด้วย
จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่วิธีการศึกษาแบบชาติพันธุ์วรรณนา (Ethnography) ซึ่งเน้น
"การสังเกตแบบมีส่วนร่วม" (Participant observation) โดยการใช้ชีวิตอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มคนที่ต้องการศึกษา
และบันทึกข้อมูลที่เก็บได้อย่างละเอียด แล้วนำเรื่องราวของคนกลุ่มนั้นมาถ่ายทอดอย่างมีสีสัน
มีชีวิตชีวา ส่งผลเป็นอย่างมากต่ออารมณ์ความรู้สึก ทำให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจ และเห็นใจในชะตากรรมของเพื่อนมนุษย์
รวมทั้งกระตุ้นเตือนสติให้ผู้อ่านต้องทบทวนตนเองด้วย ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาคนไร้บ้านหรือไม่
นับเป็นงานบุกเบิกที่โดดเด่น และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการศึกษาภาคสนามในสาขามานุษยวิทยา
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น หลังจากที่คณะกรรมการตัดสินได้ร่วมกันพิจารณาอย่างรอบด้านแล้ว
จึงมีมติเอกฉันท์ให้หนังสือเรื่อง โลกของคนไร้บ้าน ของบุญเลิศ วิเศษปรีชา ได้รับรางวัลชูเกียรติ
อุทกะพันธุ์ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๐
อานันท์ กาญจนพันธุ์
สุริชัย หวันแก้ว
ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล
พรชัย ตระกูลวรานนท์

รางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ ๔ ประจำปี ๒๕๕๐ สาขาศิลปะและวรรณกรรม
ได้แก่
หนังสือ “การเมืองและสังคมในศิลปสถาปัตยกรรม : สยามสมัย ไทยประยุกต์ ชาตินิยม”
โดยชาตรี ประกิตนนทการ
หนังสือเรื่อง การเมืองและสังคมในศิลปสถาปัตยกรรม: สยามสมัย ไทยประยุกต์ ชาตินิยม เป็นงานศึกษาว่าด้วยประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมไทย
ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านจากยุค “สยามเก่า” เข้าสู่ยุค “สยามใหม่” และ “ไทยใหม่”
ตามลำดับ โดยนับตั้งแต่ พ.ศ.๒๓๙๔ ในสมัยรัชกาลที่ ๔ จนถึง พ.ศ.๒๕๐๐ ซึ่งเป็นช่วงที่สังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในระดับโครงสร้าง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยรัชกาลที่ ๕ และสมัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.๒๔๗๕ ก่อให้เกิดการปะทะสังสรรค์ระหว่างความคิดเก่ากับความคิดใหม่
ที่ส่งผลกระทบสืบเนื่องต่อมายังสถาปัตยกรรมแบบจารีต และสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ด้วย ทำให้ผู้อ่านมองเห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างพัฒนาการของสังคม
กับพัฒนาการของสถาปัตยกรรมได้อย่างแจ่มชัด
สาระสำคัญของงานวิจัยชิ้นนี้อยู่ที่การอธิบายว่าเพราะเหตุใดงานสถาปัตยกรรมนั้นๆ จึงถูกสร้างขึ้นมาให้มีลักษณะ
หรือมีอรรถประโยชน์ รวมทั้งองค์ประกอบทางรูปแบบเช่นนั้น ทั้งนี้ผู้เขียนสามารถแทงทะลุรูปลักษณ์ภายนอกเข้าไปถอด
“ภาษาสัญลักษณ์” ที่แฝงอยู่ในงานสถาปัตยกรรมต่างๆ เพื่อค้นหาการผลิตสร้างความหมายระดับวัฒนธรรมในงานนั้นๆ
โดยเชื่อมโยงกับสภาพทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละสมัยได้อย่างหนักแน่น ลึกซึ้ง
และถึงพร้อมด้วยข้อมูลหลักฐาน ที่ผ่านการวิเคราะห์มาเป็นอย่างดี
ถ้าสถาปัตยกรรมเป็นดั่ง “กระจก” ที่สามารถสะท้อนสภาพสังคม ณ ขณะที่ตัวสถาปัตยกรรมนั้นๆ
ถูกสร้างขึ้นได้แล้วไซร้ งานวิจัยชิ้นนี้ก็เป็นดั่ง “คันฉ่อง” ฉายให้เราเข้าใจความคิดที่อยู่เบื้องหลังงานสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นนั้นเช่นกัน
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น หลังจากที่คณะกรรมการตัดสินได้ร่วมกันพิจารณาอย่างรอบด้านแล้ว
จึงมีมติเอกฉันท์ให้หนังสือเรื่อง การเมืองและสังคมในศิลปสถาปัตยกรรม : สยามสมัย ไทยประยุกต์
ชาตินิยม ของชาตรี ประกิตนนทการ ได้รับรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ประจำปีพุทธศักราช
๒๕๕๐
พิษณุ ศุภนิมิตร
นพมาส แววหงส์
ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์
สกุล บุณยทัต
|