www.amarinpocketbook.com
  
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
>
รางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ 4 ปี 2550

วัตถุประสงค์ | เกณฑ์การพิจารณา | คณะกรรมการ | หนังสือที่ผ่านเข้ารอบ | คำประกาศเกียรติคุณ | ผู้ที่ได้รับรางวัล

บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายนิตยสาร และหนังสือชั้นนำของประเทศไทย ร่วมสนับสนุนการสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพติดต่อกันเป็นปีที่ ๔ หวังเป็นแรงกระตุ้นให้นักเขียนและสำนักพิมพ์ต่างๆ สร้างผลงานดีๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในปี ๒๕๕๐ ได้แก่ หนังสือ โลกของคนไร้บ้าน โดยบุญเลิศ วิเศษปรีชา จากสาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา และหนังสือ การเมืองและสังคมในศิลปสถาปัตยกรรม : สยามสมัย ไทยประยุกต์ ชาตินิยม โดยชาตรี ประกิตนนทการ จากสาขาศิลปะและวรรณกรรม

การมอบรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ มีขึ้นครั้งแรก เมื่อปี ๒๕๔๗ โดยเป็นการพิจารณาจากหนังสือหลากหลายสาขา และหนังสือที่ได้รางวัลประจำปีนั้น ได้แก่ หนังสือ “อ่านไม่เอาเรื่อง” โดยนายชูศักดิ์ ภัทรกุลวาณิชย์ ต่อมาในปี ๒๕๔๘ เป็นการมอบรางวัลให้แก่หนังสือในสาขาความรู้ทั่วไป และสาขาศาสนาและปรัชญา หนังสือที่ได้รางวัลในสาขาความรู้ทั่วไป ได้แก่ หนังสือ “ชุดความรู้บูรณาการและถอดรื้อความคิดตะวันตกนิยม” โดยนายธีรยุทธ บุญมี และในสาขาศาสนาและปรัชญา ได้แก่ หนังสือ “พุทธศาสนาไทยในอนาคต : แนวโน้มและทางออกจากวิกฤต” โดยพระไพศาล วิสาโล

และในปี ๒๕๔๙ เป็นการมอบรางวัลให้แก่หนังสือในสาขาประวัติศาสตร์และโบราณคดี และสาขาการเมืองและ เศรษฐศาสตร์ หนังสือที่ได้รางวัลในสาขาประวัติศาสตร์และโบราณคดี ได้แก่ หนังสือ “อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยกับความหมายที่มองไม่เห็น” โดยนางมาลินี คุ้มสุภา และในสาขาการเมืองและเศรษฐศาสตร์ ได้แก่ หนังสือ “เศรษฐศาสตร์รัฐธรรมนูญ : บทวิเคราะห์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐” โดยนายรังสรรค์ ธนะพรพันธุ์

คุณเมตตา อุทกะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงที่มาของรางวัลนี้ว่า “รางวัลนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงคุณชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ อดีตประธานกรรมการบริหารผู้ล่วงลับ และเพื่อยกย่องหนังสือดี มีคุณภาพ ที่สมควรแก่การเชิดชูให้เป็นแบบอย่างของการทำงานสร้างสรรค์ต่อไป โดยหนังสือที่เข้าข่ายการพิจารณาต้องเป็นหนังสือดี ที่ไม่เป็นวิชาการมากเกินไป คนทั่วไปสามารถอ่านและเข้าใจได้ง่าย ทั้งนี้นอกจากคุณภาพเรื่องเนื้อหาแล้ว การผลิต และการพิมพ์ก็ต้องได้มาตรฐานเช่นเดียวกัน”

รางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ พิจารณาหนังสือ ๖ สาขา อันได้แก่ สาขาศาสนาและปรัชญา สาขาความรู้ทั่วไป สาขาเศรษฐศาสตร์และการเมือง สาขาประวัติศาสตร์และโบราณคดี สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา และสาขาศิลปะและวรรณกรรม ทั้งนี้จะพิจารณาตัดสินหนังสือดี ปีละ ๒ สาขา หมุนเวียนกันไปจนครบ ๖ สาขา จากนั้นจึงกลับมาเริ่มต้นที่ ๒ สาขาแรกใหม่


งานประกาศและมอบรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ ๔ ประจำปี ๒๕๕๐
ณ อมรินทร์คอร์เปอเรทปาร์ค ห้องคอนเวนชั่น ๑ – ๒
วันพุธที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐ เวลา ๑๔.๐๐ – ๑๗.๐๐ น.

สำหรับในปี ๒๕๕๐ นี้ เป็นการมอบรางวัลให้แก่หนังสือดีใน ๒ สาขา ได้แก่ สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา และ สาขาศิลปะและวรรณกรรม โดยเจ้าของผลงานที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติทั้ง ๒ สาขาในปีนี้ จะได้รับรางวัลเงินสด สาขาละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ ๔ ประจำปี ๒๕๕๐



  วัตถุประสงค์ กลับสู่ด้านบน

๑. เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่คุณชูเกียรติ อุทกะพันธุ์
๒. เพื่อเชิดชูหนังสือดีที่เป็นแบบอย่างของการทำงานสร้างสรรค์
๓. เพื่อส่งเสริมให้หนังสือดีนั้นแพร่หลายเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน
๔. เพื่อสนับสนุนให้นักเขียนไทยในปัจจุบันสร้างสรรค์งานที่มีคุณค่าดีเด่นมากกว่าเดิม
๕. เพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานและสำนักพิมพ์ต่างๆ เห็นความสำคัญของการจัดพิมพ์หนังสือดีเพิ่มขึ้น


  เกณฑ์การพิจารณา กลับสู่ด้านบน

ลักษณะหนังสือที่เข้าข่าย

๑. เป็นหนังสือภาษาไทย ประเภท Non – Fiction คือ มิใช่เรื่องสมมุติหรือแต่งขึ้นตามจินตนาการ
๒. เป็นงานพิมพ์ครั้งแรก อยู่ระหว่าง ๑ มกราคม ๒๕๔๗ – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๙
๓. เป็นหนังสือที่มีผลกระทบต่อสังคม เนื้อหามีสาระ มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อสังคม
๔. เนื้อหาไม่เป็นวิชาการจนเกินไป คนทั่วไปสามารถอ่านได้

ซึ่งในการคัดเลือกนั้นจะมีคณะกรรมการอยู่ ๓ กลุ่ม คือ คณะกรรมการเสาะหา ประกอบไปด้วยบุคลากรด้านวิชาการและสาระความรู้ มีหน้าที่เสาะหาหนังสือดี กลั่นกรองและคัดเลือกเพื่อส่งต่อ คณะกรรมการคัดสรร ซึ่งทำหน้าที่พิจารณาหนังสือและส่งต่อไปยัง คณะกรรมการตัดสิน เพื่อวินิจฉัยต่อไป โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้

  • คุณภาพของเรื่อง ศิลปะการเขียนและการใช้ภาษาอยู่ในเกณฑ์ดี มีความคิดริเริ่ม นำเสนอข้อมูลและทัศนะอย่างสมเหตุสมผล เชื่อถือได้ แสดงถึงการแสวงหาภูมิปัญญาแบบไทย หรือสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้แก่สังคมไทย
  • คุณภาพการผลิต แสดงถึงความประณีต พิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่บรรณาธิกร การพิสูจน์อักษร การจัดหน้าและการออกแบบปก
  • คุณภาพการพิมพ์ ได้มาตรฐานงานพิมพ์ชั้นดี เรียบร้อย ถูกต้อง มีตัวหนังสือและภาพประกอบชัดเจน ถูกต้อง การเก็บเล่ม เข้าเล่ม เข้าปก เรียบร้อย ไม่มีข้อบกพร่อง

  คณะกรรมการ กลับสู่ด้านบน

สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ประกอบด้วยคณะกรรมการตัดสิน ๔ ท่าน คือ

ศาสตราจารย์ ดร.อานันท์ กาญจนพันธุ์
ดร.ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล
ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย ตระกูลวรานนท์
รองศาสตราจารย์ ดร.สุริชัย หวันแก้ว

สาขาศิลปะและวรรณกรรม ประกอบด้วยคณะกรรมการตัดสิน ๔ ท่าน คือ

รองศาสตราจารย์พิษณุ ศุภนิมิตร
รองศาสตราจารย์นพมาส แววหงส์
รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สกุล บุณยทัต


  หนังสือที่ผ่านเข้ารอบรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ประจำปี ๒๕๕๐ กลับสู่ด้านบน

สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มีจำนวน ๕ เล่ม ดังนี้

  • โลกของคนไร้บ้าน / บุญเลิศ วิเศษปรีชา
  • อ่าน 'วัฒนธรรมชุมชน' : วาทศิลป์และการเมืองของชาติพันธุ์นิพนธ์แนววัฒนธรรมชุมชน / ยุกติ มุกดาวิจิตร
  • เมื่อผู้หญิงคิดจะมีหนวด การต่อสู้ "ความจริง" ของเรื่องเพศในสภาผู้แทนราษฎร / ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์
  • ผู้หญิงกับสังคมในวรรณกรรมไทยยุคฟองสบู่ / เสนาะ เจริญพร
  • ปริศนาแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่น / ยุวนุช ทินนะลักษณ์

สาขาศิลปะและวรรณกรรม มีจำนวน ๕ เล่ม ดังนี้

  • งานช่างโบราณ / สันติ เล็กสุขุม
  • จิตรกรรมไทยสมัยรัชกาลที่ ๓ : ความคิดเปลี่ยน การแสดงออกก็เปลี่ยนตาม / สันติ เล็กสุขุม
  • การเมืองและและสังคมในศิลปะสถาปัตยกรรม : สยามสมัยไทย ประยุกต์ ชาตินิยม / ชาตรี ประกิตนนทการ
  • ฮูบแต้มในสิมอีสาน งานศิลป์สองฝั่งโขง / สุมาลี เอกชนนิยม
  • ผู้หญิงกับสังคมในวรรณกรรมไทยยุคฟองสบู่ / เสนาะ เจริญพร

  คำประกาศเกียรติคุณ กลับสู่ด้านบน

รางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ ๔ ประจำปี ๒๕๕๐ สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ได้แก่
หนังสือ "โลกของคนไร้บ้าน" โดย บุญเลิศ วิเศษปรีชา

หนังสือเรื่อง โลกของคนไร้บ้าน เป็นงานศึกษาที่สะท้อนภาพชีวิตของกลุ่มคนจนในเมือง ซึ่งไร้ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ต้องอาศัยที่สาธารณะ เช่น ข้างถนน เป็นที่หลับนอน ผู้เขียนบรรยายกระบวนการที่ทำให้คนต้องไร้ที่อยู่ วิถีชีวิตของคนกลุ่มนี้ว่าหากินอย่างไร เลี้ยงชีพอย่างไร และมีความยากอย่างไรในการที่จะออกจากวัฎจักรของการเป็นคนไร้บ้าน ซึ่งเป็นปัญหาสังคมที่เราควรใส่ใจ และให้ความสำคัญ เพราะนอกจากเป็นตัวแทนของปัญหาการพลัดถิ่นแล้ว ยังเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงภาวะล่มสลายของครอบครัวในสังคมไทยด้วย

จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่วิธีการศึกษาแบบชาติพันธุ์วรรณนา (Ethnography) ซึ่งเน้น "การสังเกตแบบมีส่วนร่วม" (Participant observation) โดยการใช้ชีวิตอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มคนที่ต้องการศึกษา และบันทึกข้อมูลที่เก็บได้อย่างละเอียด แล้วนำเรื่องราวของคนกลุ่มนั้นมาถ่ายทอดอย่างมีสีสัน มีชีวิตชีวา ส่งผลเป็นอย่างมากต่ออารมณ์ความรู้สึก ทำให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจ และเห็นใจในชะตากรรมของเพื่อนมนุษย์ รวมทั้งกระตุ้นเตือนสติให้ผู้อ่านต้องทบทวนตนเองด้วย ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาคนไร้บ้านหรือไม่ นับเป็นงานบุกเบิกที่โดดเด่น และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการศึกษาภาคสนามในสาขามานุษยวิทยา

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น หลังจากที่คณะกรรมการตัดสินได้ร่วมกันพิจารณาอย่างรอบด้านแล้ว จึงมีมติเอกฉันท์ให้หนังสือเรื่อง โลกของคนไร้บ้าน ของบุญเลิศ วิเศษปรีชา ได้รับรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๐

อานันท์ กาญจนพันธุ์
สุริชัย หวันแก้ว
ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล
พรชัย ตระกูลวรานนท์


รางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ ๔ ประจำปี ๒๕๕๐ สาขาศิลปะและวรรณกรรม ได้แก่
หนังสือ “การเมืองและสังคมในศิลปสถาปัตยกรรม : สยามสมัย ไทยประยุกต์ ชาตินิยม” โดยชาตรี ประกิตนนทการ

หนังสือเรื่อง การเมืองและสังคมในศิลปสถาปัตยกรรม: สยามสมัย ไทยประยุกต์ ชาตินิยม เป็นงานศึกษาว่าด้วยประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมไทย ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านจากยุค “สยามเก่า” เข้าสู่ยุค “สยามใหม่” และ “ไทยใหม่” ตามลำดับ โดยนับตั้งแต่ พ.ศ.๒๓๙๔ ในสมัยรัชกาลที่ ๔ จนถึง พ.ศ.๒๕๐๐ ซึ่งเป็นช่วงที่สังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในระดับโครงสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยรัชกาลที่ ๕ และสมัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.๒๔๗๕ ก่อให้เกิดการปะทะสังสรรค์ระหว่างความคิดเก่ากับความคิดใหม่ ที่ส่งผลกระทบสืบเนื่องต่อมายังสถาปัตยกรรมแบบจารีต และสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ด้วย ทำให้ผู้อ่านมองเห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างพัฒนาการของสังคม กับพัฒนาการของสถาปัตยกรรมได้อย่างแจ่มชัด

สาระสำคัญของงานวิจัยชิ้นนี้อยู่ที่การอธิบายว่าเพราะเหตุใดงานสถาปัตยกรรมนั้นๆ จึงถูกสร้างขึ้นมาให้มีลักษณะ หรือมีอรรถประโยชน์ รวมทั้งองค์ประกอบทางรูปแบบเช่นนั้น ทั้งนี้ผู้เขียนสามารถแทงทะลุรูปลักษณ์ภายนอกเข้าไปถอด “ภาษาสัญลักษณ์” ที่แฝงอยู่ในงานสถาปัตยกรรมต่างๆ เพื่อค้นหาการผลิตสร้างความหมายระดับวัฒนธรรมในงานนั้นๆ โดยเชื่อมโยงกับสภาพทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละสมัยได้อย่างหนักแน่น ลึกซึ้ง และถึงพร้อมด้วยข้อมูลหลักฐาน ที่ผ่านการวิเคราะห์มาเป็นอย่างดี

ถ้าสถาปัตยกรรมเป็นดั่ง “กระจก” ที่สามารถสะท้อนสภาพสังคม ณ ขณะที่ตัวสถาปัตยกรรมนั้นๆ ถูกสร้างขึ้นได้แล้วไซร้ งานวิจัยชิ้นนี้ก็เป็นดั่ง “คันฉ่อง” ฉายให้เราเข้าใจความคิดที่อยู่เบื้องหลังงานสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นนั้นเช่นกัน

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น หลังจากที่คณะกรรมการตัดสินได้ร่วมกันพิจารณาอย่างรอบด้านแล้ว จึงมีมติเอกฉันท์ให้หนังสือเรื่อง การเมืองและสังคมในศิลปสถาปัตยกรรม : สยามสมัย ไทยประยุกต์ ชาตินิยม ของชาตรี ประกิตนนทการ ได้รับรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๐

พิษณุ ศุภนิมิตร
นพมาส แววหงส์
ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์
สกุล บุณยทัต


  ประวัติเจ้าของผลงานที่ได้รับรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ กลับสู่ด้านบน

บุญเลิศ วิเศษปรีชา

ผู้ได้รับรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

บุญเลิศ วิเศษปรีชา จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ และเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

บ่อยครั้งมักถูกถามว่า เรียนปริญญาตรีสายวิทยาศาสตร์ แต่ทำไมจึงมาเลือกเรียนปริญญาโท สาขามานุษยวิทยา คำตอบก็คือ เนื่องจากเป็นคนรักการอ่านหนังสือ ตั้งแต่สมัยยังเรียนมัธยมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ อ่านตั้งแต่วรรณกรรมไปจนถึงมาร์กซิสม์ แต่เลือกเรียนคณะประมง เพราะคิดว่าเรียนจบแล้ว อยากจะไปทำงานอยู่ที่สถานีประมงในต่างจังหวัด มีชีวิตเงียบๆ เบื่อสังคมเมือง เบื่อกรุงเทพฯ แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบอ่านหนังสือ และทำกิจกรรม สนใจด้านสังคมการเมือง จึงพบว่า การเรียนประมงเป็นการเรียนรู้เชิงเทคนิคแคบๆ เท่านั้น ไม่ได้รู้จักสังคม ไม่รู้จักชาวบ้าน ชาวประมงแต่อย่างใด ท้ายที่สุดจึงตัดสินใจไม่ทำงานตามสายวิชาชีพที่เรียนมา

ด้วยความที่สนใจการทำกิจกรรม เคยเป็นเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (๒๕๓๗-๒๕๓๘) มาก่อน เรียนจบแล้วจึงทำงานที่กองบรรณาธิการสยามรัฐ สัปดาห์วิจารณ์ อยู่ประมาณ ๑ ปี แต่ก็พบว่า ตัวเองมีความเป็นนักเคลื่อนไหว มากกว่าเป็นผู้สื่อข่าว จึงหันเหไปทำงานที่องค์กรพัฒนาเอกชนแทน

ปี ๒๕๔๐-๒๕๔๖
ทำงานที่มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย องค์กรพัฒนาเอกชนด้านชุมชนแออัด เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับการเรียนรู้ เพราะเปลี่ยนจากการเรียนรู้ผ่านตัวหนังสือ มาทำงานกับชาวบ้าน สัมผัสโลกกับชีวิตจริง เริ่มงานจากการไปคลุกคลีนอนกับชาวบ้านที่อยู่ชุมชนใต้สะพาน จึงขยับมาทำงานสลัม เครือข่ายสลัม ๔ ภาค และมาเป็นผู้บุกเบิกในการทำงานกับคนไร้บ้านในปี ๒๕๔๔

ปี ๒๕๔๒-๒๕๔๖
มาศึกษาต่อที่คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา (สาขามานุษยวิทยา) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ควบคู่กับการทำงาน ด้วยความสนใจ และมีประสบการณ์กับคนจนมาก่อน จึงเลือกทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “เปิดพรมแดน โลกของคนไร้บ้าน” ซึ่งต่อมาได้รับการคัดเลือกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้เป็นวิทยานิพนธ์ดีเด่น ของคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา (สาขามานุษยวิทยา) และต่อมาศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ได้ตีพิมพ์วิทยานิพนธ์ฉบับเต็มในชื่อ “โลกของคนไร้บ้าน” หลังจากจบการศึกษา ได้ทำงานเป็นผู้ช่วยวิจัยของอาจารย์ธีรยุทธ บุญมี เกี่ยวกับเรื่องประชาสังคม

ปี ๒๕๔๗
ได้ทุนรางวัล API Fellowships (Asian Public intellectuals) จาก Nippon Foundation ไปวิจัยเรื่องคนไร้บ้านในโตเกียวและมะนิลา รวมเป็นเวลา ๘ เดือน

ปี ๒๕๔๘ – ปัจจุบัน
เป็นอาจารย์สาขามานุษยวิทยา คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร

 

ชาตรี ประกิตนนทการ

ผู้ได้รับรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ สาขาศิลปะและวรรณกรรม

ชาตรี ประกิตนนทการ จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ ปริญญาบัณฑิต (สาขาสถาปัตยกรรมไทย) จากมหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญามหาบัณฑิต (สาขาสถาปัตยกรรม) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชาตรี มีความสนใจทางประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมไทย และการอนุรักษ์

ผลงานวิชาการที่ผ่านมา

งานวิจัย

- หัวหน้าโครงการวิจัยชุมชนบ้านไม้โบราณป้อมมหากาฬ
- ทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร

หนังสือ

ปี ๒๕๔๗
การเมืองและสังคมในศิลปสถาปัตยกรรม : สยามสมัย ไทยประยุกต์ ชาตินิยม สำนักพิมพ์มติชน

ปี ๒๕๔๘
คณะราษฎร ฉลองรัฐธรรมนูญ : ประวัติศาสตร์การเมือง หลัง ๒๔๗๕ ผ่านสถาปัตยกรรม “อำนาจ” สำนักพิมพ์มติชน

บทความ

  • “พระพุทธชินราชในประวัติศาสตร์การสร้างความเป็นไทย” เมืองโบราณ ปีที่ ๓๒ ๓ (ก.ค.-ก.ย.๒๕๔๙) : หน้า ๖๔-๘๖.
  • “ศิลปคณะราษฎร,” ฟ้าเดียวกัน ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๑ (ม.ค.-มี.ค. ๒๕๕๐) : ๙๐-๑๐๘.
  • “ทุนนิยมสามานย์ ผสานชาตินิยมเจ้า : สองแนวคิดอนุรักษ์ ชองเอลิเซ่เมืองไทย” อาษา ฉบับที่ ๔-๕(๒๕๔๙) : หน้า ๘๘-๙๗.
  • “ฐานานุศักดิ์ สถาปัตยกรรมกับความเป็นไทยร่วมสมัย” อาษา ฉบับที่ ๖-๗ (มิ.ย.-ก.ค.๒๕๔๘) : หน้า ๑๑๕-๑๑๗.
  • “ประวัติศาสตร์สุนทรียภาพในเรือนไทย: ความงามที่ถูกสร้าง” อาษา ฉบับที่ ๒-๓ (๒๕๔๘) : หน้า ๑๐๖-๑๐๘.
  • “สมบูรณาญาสิทธิราชย์ และจักรวาลวิทยาสมัยใหม่ ในพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ ๒๔, ฉบับที่ ๙ (ก.ค. ๒๕๔๖) : หน้า ๘๐-๙๖.
  • "สะพานพระราม ๘ : ทัศนะอุจาดทำลาย “ประวัติศาสตร์” ของ “เมือง”-กรุงเทพฯ” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ ๒๔ ฉบับที่ ๔ (ก.พ. ๒๕๔๖) : ๗๘-๘๙.
  • “ป้อมมหากาฬ : "อนุรักษ์" หรือ "ทำลาย" ประวัติศาสตร์?” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ ๒๔ ฉบับที่ ๘ (มิ.ย. ๒๕๔๖) : หน้า ๑๒๙-๑๓๕.

  รางวัลนายอินทร์อะวอร์ด
ครั้งที่ 12 ปี 2554
ครั้งที่ 11 ปี 2553
ครั้งที่ 10 ปี 2552
ครั้งที่ 9 ปี 2551
ครั้งที่ 8 ปี 2550
ครั้งที่ 7 ปี 2549
ครั้งที่ 6 ปี 2548
ครั้งที่ 5 ปี 2547
ครั้งที่ 4 ปี 2546
ครั้งที่ 3 ปี 2545
ครั้งที่ 2 ปี 2544
ครั้งที่ 1 ปี 2543
  รางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์
ครั้งที่ 8 ปี 2554
ครั้งที่ 7 ปี 2553
ครั้งที่ 6 ปี 2552
ครั้งที่ 5 ปี 2551
ครั้งที่ 4 ปี 2550
ครั้งที่ 3 ปี 2549

 
 
Home  |  Contact  |  Link  |  Privacy Policy  |  Site map

AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED

Copyright © 1994-2004 Amarin Printing & Publishing Public Company Limited. E-commerce Registration #0108114713086